เห็ดเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมในวงการทำอาหาร เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโปรตีนและวิตามินในปริมาณมาก ไขมันต่ำ และมีเส้นใยสูง ทำให้เหมาะสำหรับการบริโภคในทุกช่วงวัย จึงมีผู้ยกย่องให้เห็ดเป็นราชาแห่งผัก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณทางยา เช่น การช่วยป้องกันการสะสมไขมันในหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ โรคความดันโลหิตสูง และการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น
เห็ดนางฟ้าภูฐาน (Bhutan Oyster Mushroom) เป็นเห็ดที่อยู่ในตระกูลเดียวกับเห็ดนางรม โดยมีต้นกำเนิดจากประเทศภูฐาน มักพบเจอบนต้นไม้เนื้ออ่อนที่ตายแล้วในพื้นที่ที่มีอากาศชื้นและเย็น เห็ดชนิดนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ดอกเห็ดมีสีตั้งแต่ขาวจนถึงน้ำตาลอ่อน หมวกดอกมีเนื้อแน่นและสีเข้ม ก้านดอกมีสีขาวและยาว เนื้อของเห็ดหนาคล้ายกับเนื้อสัตว์ ไม่มีวงแหวนรอบก้าน ครีบดอกมีสีขาวและเรียงชิดกัน จุดเด่นของเห็ดนี้คือการออกดอกที่รวดเร็วและมีระยะห่างระหว่างการออกดอกที่สั้น อีกทั้งยังมีความสามารถในการใช้สารอาหารได้สูง เห็ดนางฟ้าภูฐานเป็นที่รู้จักและนิยมในหมู่คนไทยในการนำมาประกอบอาหาร และยังมีคุณประโยชน์มากมาย เช่น
- สามารถช่วยป้องกันโรคหวัด
- ช่วยการไหลเวียนเลือด ลดไขมันในเลือด และโรคกระเพาะได้
- รักษาโรคในช่องปาก เช่น การปวดฟัน เลือดออกตามไรฟัน
- บรรเทาการเป็นตะคริว
- ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
- ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง
- การเพาะเลี้ยงเห็ดนางฟ้าภูฐาน
- โรงเรือน
โรงเรือนสำหรับการเพาะเห็ดภูฐานควรมีการระบายอากาศที่ดีและมีแสงสว่างเพียงพอตามความต้องการของเห็ด เมื่อเข้าไปในโรงเห็ดจะต้องรู้สึกหายใจสะดวก ไม่อับชื้นหรือร้อนเกินไป โครงสร้างของโรงเรือนสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โรงเรือนชั่วคราว ซึ่งใช้วัสดุที่ไม่ถาวร ลงทุนไม่มาก โดยมักใช้เสาไม้ไผ่หรือเสาเข็ม และหลังคามุงด้วยจากหรือหญ้าคา มีอายุการใช้งานประมาณ 3 – 4 ปี ส่วนโรงเรือนถาวรจะทำจากสังกะสีหรือกระเบื้องลอน แต่มีปัญหาเรื่องความร้อน จึงควรออกแบบให้หลังคาสูงขึ้น และติดตั้งท่อน้ำเพื่อให้น้ำไหลลงมารดในช่วงอากาศร้อน อายุการใช้งานประมาณ 10 ปีขึ้นไป
การจัดวางก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าในโรงเรือน
โรงเรือนนี้ถูกออกแบบภายในให้มีแผงสำหรับวางก้อนเชื้อ โดยไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบที่ตายตัว สามารถวางก้อนเชื้อเห็ดได้ในปริมาณมาก โดยทั่วไปนิยมใช้ไม้ไผ่ประกอบกันเป็นรูปตัวเอหรือรูปสามเหลี่ยมทรงสูง ซึ่งจะวางในแนวนอน เช่น การวางซ้อนกันบนแผงรูปตัวเอประมาณ 3 – 5 ก้อน หรือวางซ้อนกันบนพื้นของโรงเรือน โดยดอกเห็ดจะโผล่ออกมาทางปากถุง
วัสดุเพาะ และสารอาหาร
วัสดุที่นิยมใช้เป็นวัสดุหลักในการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน คือ ขี้เลื่อย เนื่องจากสามารถนำมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องหมัก เก็บรักษาง่าย สามารถเก็บไว้ในสภาพแห้งๆ ก็ได้ หรือทิ้งอยู่กลางแจ้งเปียกน้ำ เปียกฝนก็ได้
การเก็บเกี่ยว
ก่อนที่จะเริ่มเก็บผลผลิตเห็ด ควรงดการให้น้ำ เนื่องจากเห็ดที่มีความชื้นมากเกินไปจะไม่เป็นที่ต้องการในตลาด ควรเก็บเห็ดเมื่อดอกมีอายุอยู่ในระดับกลาง ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป โดยสามารถสังเกตได้จากขอบดอกเห็ดที่ยังงุ้มอยู่ ใช้มือจับดอกเห็ดแล้วดึงเบาๆ พร้อมกับโยกไปทางซ้ายและขวา ดอกเห็ดจะหลุดออกมา ควรดึงดอกเห็ดให้หลุดออกจากถุงทั้งหมด โดยไม่ให้เหลือโคนติดอยู่ที่ถุง เพราะอาจทำให้ถุงเน่าและเกิดเชื้อราหรือแมลงหวี่เข้ามาทำลายได้ การเก็บผลผลิตควรทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าก้อนเชื้อจะหมดอายุ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน

