เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งที่มนุษย์รู้จักและใช้เป็นอาหารและยามานานหลายร้อยปี ด้วยรสชาติที่หลากหลาย ทำให้เห็ดเป็นที่นิยมในการนำมาปรุงอาหาร นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ
มาทำความรู้จักเห็ดกัน
เห็ด (Mushrooms) เป็นราชนิดหนึ่ง ที่ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) ไม่สามารสังเคราะห์แสงด้วยตัวเองได้เนื่องจากไม่มีคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เห็ดจึงเป็นราขนาดใหญ่ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นเส้นใย เมื่อถึงระยะที่จะสืบพันธุ์เส้นใยจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดอกเห็ด เพื่อสร้างสปอร์ไว้กระจายพันธุ์ต่อไป มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของเห็ดนั้น ๆ
ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง
1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง
ในปี 2010 มีการศึกษาและเผยแพร่ในวารสาร Experimental Biology and Medicine ซึ่งได้ทำการทดสอบเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดไมตาเกะ เห็ดคริมมินิ เห็ดกระดุมสีน้ำตาล เห็ดนางรม และเห็ดกระดุมสีขาว ผลการศึกษาพบว่าเห็ดเหล่านี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมได้
เห็ดหอมหรือเห็ดซิตาเกะมีสารเลนทิแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งบางประเภทในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้ว่าสารนี้จะไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้โดยตรง แต่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการชะลอการเติบโตของเนื้องอก และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าไวรัสและจุลินทรีย์ในงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ
การศึกษาของนักวิจัยในญี่ปุ่นที่ทำการสำรวจผู้ชายมากกว่า 36,000 คน พบว่าผู้ที่บริโภคเห็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานเห็ดอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่บริโภคเห็ดน้อยกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์
2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
สารเลนทิแนน (Lentinan) ที่มีอยู่ในเห็ดหอม เป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารเบต้ากลูแคน (Beta-Glucan) ซึ่งพบในเห็ดหอมและเห็ดชนิดอื่น ๆ ที่สามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีความสมดุล ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปอีกด้วย
3. เห็ดช่วยลดไขมันในเลือด
เห็ดโดยทั่วไปไม่มีคอเลสเตอรอล แต่มีไฟเบอร์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ในปี 2012 มีการศึกษาเผยแพร่ในวารสารนานาชาติ Medicinal Mushrooms ซึ่งพบว่าเห็ดนางรมสีชมพูสามารถลดปริมาณไขมันในเลือดของหนูทดลองที่มีระดับไขมันสูงได้ นอกจากนี้ เห็ดหอมยังมีสารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ และสามารถขับคอเลสเตอรอลออกจากเส้นเลือด ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและรักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นอีกด้วย
4. เห็ดเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามิน B และวิตามิน D สูง
เห็ดโดยทั่วไปไม่มีคอเลสเตอรอล แต่มีไฟเบอร์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ในปี 2012 มีการศึกษาเผยแพร่ในวารสารนานาชาติ Medicinal Mushrooms ซึ่งพบว่าเห็ดนางรมสีชมพูสามารถลดปริมาณไขมันในเลือดของหนูทดลองที่มีระดับไขมันสูงได้ นอกจากนี้ เห็ดหอมยังมีสารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ และสามารถขับคอเลสเตอรอลออกจากเส้นเลือด ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและรักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นอีกด้วย
5. เห็ดช่วยต่อต้านการอักเสบ
เห็ดมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะเห็ดหลินจือที่ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์โดยคนเอเชียมานานหลายพันปี เนื่องจากมีประโยชน์ในการลดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นว่าเห็ดหลินจือมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น การต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ และชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งอีกด้วย

